ทัวร์ภูเก็ต

1

แม้ว่าภูเก็ตจะเป็นเพียงแค่เกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งทางตอนใต้ของไทยแต่ก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นชาวไทยเองหรือชาวต่างชาติที่ต่างแวะเวียนมาเยี่ยมชมกันไม่ขาดสายพร้อมทั้งยังชื่นชมและยกย่องให้เป็น “ไข่มุกแห่งอันดามัน” จากการผสมผสานกลมกลืนกันได้อย่างลงตัวระหว่างวัฒนธรรมและธรรมชาติ รวมทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมายหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นความโดดเด่นในเรื่องชายหาดสวยใสที่ท้องฟ้าสีครามตัดกับน้ำทะเลใสแจ๋วดุจดังกระจกพร้อมกับปะการังทั้งหลายที่คอยให้ดำน้ำลงไปยลโฉมกัน นอกจากนี้ก็ยังมีน้ำตกต่างๆ และสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และศาสนสถานที่สำคัญตลอดจนที่พักผ่อนหย่อนใจให้หายเครียดอีกไม่น้อยที่คอยให้นักท่องเที่ยวไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีให้มีความสดชื่นเหมือนได้ชาร์จแบตใหม่ให้กับชีวิตได้กลับไปด้วยความสดใสซาบซ่า

2

วัดฉลองหรือวัดไชยธาราราม ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 8 กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4021 ผ่านสามแยกบริเวณสนามกีฬาสุรกุลเลี้ยวซ้ายไปทางห้าแยกฉลองก็จะเห็นวัดฉลองทางซ้ายมือก่อนถึงห้าแยกฉลองราว 4 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีชื่อเสียงและคู่บ้านคู่เมืองของตลอดจนเป็นที่เคารพสักการะของชาวภูเก็ตมายาวนาน โดยภายในพระอุโบสถมีรูปหล่อของหลวงพ่อแช่มและหลวงพ่อช่วง ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่พลาดที่จะแวะมานมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง

3

ขณะเดียวกันนั้นเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์และกิตติศัพท์ในการรักษาโรครวมไปถึงบุญญาบารมีและเมตตาธรรมที่สูงส่งของหลวงพ่อทำให้มีผู้เลื่อมใสศรัทธากันเป็นอันมาก โดยเป็นที่เล่าขานกันว่าในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นถึงกับมีผู้ที่รอปิดทองตามแขนและขาของท่านจนแลดูเหลืองอร่ามไปทั่วราวกับปิดทองพระพุทธรูป แม้ว่าหลวงพ่อแช่มจะมรณภาพเป็นเวลานับหนึ่งร้อยปีมาแล้วก็ตาม แต่ชื่อเสียงเกียรติคุณและบารมีของท่านก็อยู่ในความทรงจำของผู้คนสืบมา

4

นอกจากนี้วัดฉลองยังเป็นที่ตั้งของพระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศเป็นที่ประดิษฐสถานของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกา ดังนั้นวัดฉลองแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในภูเก็ตที่นักท่องเที่ยวนิยมมาสักการะกัน

5

อนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีและท้าวศรีสุนทร ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ที่ 4 แยกห่างจากตัวเมืองภูเก็ตไปทางอำเภอถลางผ่าน 4 แยกท่าเรือไปเป็นระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นอนุสาวรีย์ที่ชาวภูเก็ตร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 เมื่อเชิดชูเกียรติสองวีรสตรีผู้กล้าหาญแห่งเมืองถลาง ซึ่งวีรกรรมและผลงานของท่านนับเป็นแบบอย่างของหญิงไทยได้เป็นอย่างดี

6

แหลมพรหมเทพเป็นจุดชมวิวและชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของภูเก็ต ซึ่งอยู่ห่างจากหาดราไวย์ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าแหลมเจ้า โดยจากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดลงสู่ปลายแหลมที่เป็นโขดหิน สามารถเดินไปจนถึงปลายแหลมได้ให้มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกตและสามารถเห็นเกาะแก้วอยู่ด้านหน้าแหลม ส่วนทางขวาจะเห็นแนวหาดทรายของหาดในหาน

7

หาดป่าตอง ซึ่งห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 15 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนวิชิตสงครามหรือทางหลวงหมายเลข 4020 ไป 9 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4029 ไปอีก 6 กิโลเมตร เป็นอ่าวที่มีความโค้งมากพร้อมกับหาดทรายที่สุดแสนงดงามเป็นแนวยาว 9 กิโลเมตร และน้ำทะเลใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ ขณะเดียวกันบริเวณหาดก็มีที่พัก , บริษัทนำเที่ยว, ศูนย์การค้า, แหล่งบันเทิงเอาไว้บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน แถมเมื่อยามค่ำคืนก็ยังมีตลาดนัดคนเดินให้เลือกซื้อเลือกหาสินค้าไปชิวๆ ไม่มีเบื่อหรือหากอยากปลีกวิเวกไปในมุมเงียบสงบก็มีให้เลือกทุกรูปแบบ

ทัวร์ปาย

s

ปาย ซึ่งเป็นหนึ่งในอำเภอของแม่ฮ่องสอน ตอนนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากคนไทยด้วยกันเองไม่น้อยเลยทีเดียว หลังจากก่อนหน้านี้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งชาวยุโรปและญี่ปุ่นมาช้านานแล้ว โดยทุกคนที่มา ณ ที่แห่งนี้เหมือนตกอยู่ในมนต์สะกดจากเมืองเล็กๆ ที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยสายหมอกและละอองน้ำจางๆ ในยามเช้า รวมทั้งยังได้สัมผัสกับบรรยากาศอันแสนเงียบสงบไปกับทุ่งนาสีเขียวและท้องฟ้าสีครามตลอดไปจนแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านสายหมอกหนาพาให้เห็นต้นสนที่ยืนต้นเรียงรายภายใต้อ้อมกอดของขุนเขาที่สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า นอกจากนี้เรายังจะได้ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของคนที่นี่ที่มีเอกลักษณ์ทำให้ปายกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่น่ามาผ่อนพักผ่อนหย่อนใจคลายเครียด ขณะเดียวกันก็สามารถที่จะปั่นจักรยานเพื่อเที่ยวชมเมืองปายหรือจะเลือกผ่อนคลายด้วยการแช่น้ำแร่ท่ามกลางขุนเขาแห่งธรรมชาติ

เครื่องสำอางเกาหลี skinfoodพร้อมส่ง คลิกเลยจร้าาาา

skinfood

ปางอุ๋งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูงที่มีริมอ่างเก็บน้ำเป็นแนวสนที่ปลูกเรียงรายอย่างกลมกลืนยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำเป็นลำแสงสีทองผ่านแนวสนเขียวขจีงดงามจนถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในเมืองไทยเปรียบได้เสมือนกับฟากหนึ่งเป็นนิวซีแลนด์และอีกฟากหนึ่งเป็นสวิสเซอร์แลนด์ของไทยเลยทีเดียว โดยปางอุ๋งหรือหมู่บ้านรวมไทยเป็นหมู่บ้านภายในโครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ในพระบรมราชินูปถัมป์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

กกวัดน้ำฮู ซึ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอไปทางทิศตะวันตกราว 3 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่ออุ่นเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทำด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์มีหน้าตักกว้าง 28 นิ้ว สูง 30 นิ้ว โดยพระพุทธรูปองค์นี้พระเศียรกลวงส่วนบนเปิดปิดได้และมีน้ำขังอยู่และเป็นพระพุทธรูปสิงห์สามที่มีอายุประมาณ 500 ปี และเมื่อ พ.ศ. 2515 มีพระธุดงค์จากอำเภอจอมทองของเชียงใหม่มานมัสการและสงสัยว่าข้างในพระจะมีน้ำจึงเปิดดูพบว่ามีน้ำจริงๆ ข่าวนี้แพร่ออกไปก็ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมาขอน้ำไปสักการะพอน้ำในพระเศียรหมดก็จะมีไหลออกมาอีกในลักษณะซึมออกมาตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็เป็นที่เล่าขานกันว่าพระสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเพื่อบรรจุพระอัฐิของพระพี่นางสุพรรณกัลยาฟฟ

กองแลนมีลักษณะเป็นแผ่นดินที่ถูกกัดเซาะจนเป็นร่องลึกคล้ายกับหน้าผาที่มีบริเวณติดต่อกันกว้างราว 5 ไร่ ซึ่งคล้ายกับแพะเมืองผีที่แพร่ โดยตั้งอยู่ในเขตบ้านร้องเหย่งห่างจากตัวอำเภอประมาณ 7 กิโลเมตร และเดินทางได้โดยทางหลวงหมายเลข 1095 (ปาย-แม่มาลัย) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 88 อยู่ทางด้านขวามือและต้องเดินเข้าไปตามทางเดินที่เป็นดินลูกรังอีกประมาณ 200 เมตร

 

ก

น้ำตกหมอแปงเป็นน้ำตกขนาดกลางที่เล่นน้ำได้ตามอัธยาศัยแต่ในช่วงฤดูแล้งน้ำน้อย โดยมีชาวเขาเผ่ามูซอแดงอาศัยอยู่  ขณะที่ในบริเวณใกล้เคียงรอบๆ น้ำตกมีป่ายางร่มรื่น และมีน้ำตกม่วงสร้อยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันอีกแห่งหนึ่ง ส่วนการเดินทางนั้นอยู่ห่างจากตัวอำเภอปายประมาณ 8-9 กิโลเมตร ซึ่งใช้ถนนสายปาย-แม่ฮ่องสอน

หมู่บ้านกระเหรี่ยงแม่ปิง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอปายราว 13 กิโลเมตร นับได้ว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนามากที่สุดในบรรดาหมู่บ้านใกล้เคียง แม้ชาวบ้านเผ่านี้มีภาษาเขียนของตนเองและมีความเจริญทางด้านอารยธรรมสูง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์และขนบธรรมเนียบประเพณีอันดีงามเอาไว้อย่างดิบดี ส่วนการเดินทางนั้นเราควรใช้ทางหลวง

หมายเลข 1095 (ปาย แม่มาลัย) พอถึงแยกซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 86 เข้าถนนรพช. บ้านห้วยแก้ว บ้านแม่ปิง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรวิ่งไปสุดทางจะพบศูนย์ศิลปาชีพ

ฟ

เจดีย์พระธาตุแม่เย็น ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านแม่เย็นตำบลแม่ฮี้ตามเส้นทางสายแม่ฮ่องสอน-ปาย เป็นเจดีย์ที่สร้างสมัยใดไม่ปรากฎโดยตั้งอยู่บนเนินสูง และเมื่อขึ้นไปนมัสการองค์พระธาตุแม่เย็นจะมองเห็นทิวทัศน์ของอำเภอปายโดยทั่วถึง ซึ่งยังเป็นจุดสังเกตของผู้โดยสารเครื่องบินว่าเข้าเขตอำเภอปายแล้วอีกด้วย

น้ำตกแม่เย็นเป็นน้ำตกที่จัดได้ว่าสวยสดงดงามมากที่สุดในอำเภอปาย แม้ว่าจะตั้งอยู่ในใจกลางป่าและต้องเดินเท้าเข้าไปราว 12 กิโลเมตรตกเป็นเวลาประมาณ 3-5 ชั่วโมง ซึ่งต้องมีไกด์ชาวบ้านเป็นคนคอยนำทางฝ่าทางลูกรังขึ้นเขาบงห้วยที่ยากลำบากไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เมื่อไปถึงตัวน้ำตกแล้วรับรองได้เลยว่าจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งไปกับธรรมชาติอันสุดแสนบริสุทธิ์ที่ฉุดให้เราอยากหยุดเวลาอันแสนสดใสนี้เอาไว้ตราบนานเท่านาน

ฟหฟ

โป่งน้ำร้อนท่าปายเป็นบ่อน้ำร้อนที่กำลังเดือดเป็นฟองพร้อมหมอกควันปกคลุมพื้นที่รวมทั้งมีน้ำร้อนคอยไหลอยู่เรื่อยๆ ทั่วทั้งบริเวณที่กว้างใหญ่ทั้งสองบ่อ ขณะเดียวกันมันก็มีลักษณะเป็นน้ำผุดบางจุดมีความร้อนสูงถึงราว 80 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว นอกจากนี้รอบๆ โป่งน้ำร้อนยังเป็นไม้สักที่สมบูรณ์เอาอย่างมาก แม้ภายในบริเวณนี้จะมีการอนุญาตให้กางเต็นท์พักแรมได้แต่ก็ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เลย

สะพานประวัติศาสตร์ ปายเป็นสะพานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จากกองทหารญี่ปุ่นเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายและลำเลียงเสบียงพร้อมอาวุธไปยังพม่า แต่เมื่อสงครามยุติลงความสงบสุขก็กลับคืนสู่อำเภอปายอีกครั้งและหลงเหลือสะพานแห่งนี้เอาไว้เป็นความหลังให้ได้รำลึกถึงกัน

น้ำพุร้อนเมืองแปง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปายออกไปราว 28 กิโลเมตร เป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ที่มีอุณหภูมิสูงถึง 95 องศาเซลเซียสพร้อมทั้งยังพวยพุ่งขึ้นเป็นระยะๆ ส่วนการเดินทางให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 (ปาย-แม่มาลัย) และแยกเข้าสาย 1265 ด้านขวามือตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 85-86 ใกล้กับหน่วยพิทักษ์และรักษาป่าแม่ปิงเป็นทางลาดยางจะมีป้ายบอกทางไปจนสุดทางลาดยางมีสะพานไม้เล็กๆ อยู่ขวามือ และต้องเดินเท้าไปต่ออีก 150 เมตร อยู่ทางไปบ้านวัดจันทร์และจะแยกกันเมื่อขับรถไปได้เกีอบ 20 กิโลเมตรฟฟด

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอแม่แตงและอำเภอเวียงแหงของเชียงใหม่รวมไปถึงอำเภอปายในแม่ฮ่องสอนมีเนื้อที่ทั้งหมดราว 1,252 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงและภูเขาที่สลับซับซ้อน ซึ่งดอยช้างเป็นภูเขาที่สูงที่สุด รวมทั้งยังมีป่าต้นน้ำลำธารมีลำห้วยน้อยใหญ่อีกมากมาย สำหรับจุดชมวิวที่รู้จักกันนั่นก็คือดอยกิ่วลม ซึ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามยามอรุณรุ่งที่สามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นผ่านไอหมอก  นอกเหนือจากจุดชมวิวนี้ยังมีน้ำพุร้อนโป่งเดือดและเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติโป่งเดือด ขณะเดียวกันภายในอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังยังมีบ้านพักรับรองจัดเตรียมไว้คือบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติและบริเวณโป่งเดือดพร้อมที่อาบน้ำแร่ให้ชำระล้างร่างกายคลายอ่อนล้า หากท่านใดที่ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติก็สามารถกางเต็นท์นอนได้ในสถานที่จัดไว้ให้มีทั้งเต็นท์และเครื่องนอนไม่เสียเวลาแบกมาจากบ้านด้วย แต่หากไม่อยากพักที่ห้วยน้ำดังแต่อยากแวะไปเที่ยวมานอนที่ปายก็ไม่ไกลห้วยน้ำดังเท่าไหร่

ำำ

ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคออยู่ก่อนถึงตัวอำเภอปายราว 1 กิโลเมตร โดยเลี้ยวซ้ายตามทางหลวงหมายเลข 1263 เข้าสู่ทุ่งบัวตองอีก 26 กิโลเมตรเป็นถนนลาดยางมีพื้นที่ครอบคลุมเป็นเขากว้างประมาณ 1,000 ไร่ อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการพัฒนาป่าไม้ที่สูงหน่วยที่ 5 กองอนุรักษ์ต้นน้ำ สำหรับดอกบัวตองที่นี่เมื่อบานพร้อมๆ กันในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมจะเหลืองอร่ามปกคลุมทั่วทั้งภูเขาจนมีความสวยงามอย่างมาก

หห

สำหรับอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาที่ปายนั่นก็คือถนนคนเดินที่จัดขึ้นในถนนชัยสงครามตรงบริเวณท่ารถปาย โดยจัดการปิดการจราจรตลอดทั้งสายให้นักท่องเที่ยวได้เดินเลือกซื้อเลือกหาสินค้ากันตามใจชอบทั้งสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นจากชาวเขารวมไปจนสินค้าอื่นๆ และของฝากของที่ระลึกที่จะเห็นกันเป็นส่วนใหญ่ก็ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า, รูปภาพ, โปสการ์ด, ร้านอาหารและแหล่งบันเทิงต่างๆ ที่มีอยู่เรียงรายอยู่ตามถนนเส้นนี้ ส่วนกิจกรรมที่เป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมากที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยียนที่นี่นั่นก็คือการเขียนโปสการ์ดส่งไปจากปาย ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เราจะหันไปไหนมาไหนก็จะมองเห็นแต่ร้านขายโปสการ์ดและร้านกาแฟอยู่เสียเป็นส่วนใหญ่ทั่วไปทั้งถนนคนเดิน

 

Save

ทัวร์เชียงใหม่

1

เชียงใหม่จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดของไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว รวมทั้งยังนับได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางภาคเหนือ และมีความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นทางด้านวัฒนธรรมอันงดงาม, ด้านศิลปวัฒธรรมที่สืบสานมาเป็นตำนานยาวกว่า 700 ปี รวมไปถึงประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ประทับใจนักท่องเที่ยวของชาวเชียงใหม่ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวจัดได้ว่าเป็นช่วงที่น่าไปเที่ยวมากที่สุด ขณะที่ช่วงระหว่างเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีก็เป็นเวลาที่เหมาะสมต่อการขึ้นไปชมนกบนดอยอินทนน์ ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่น่าพลาดนั่นก็คือการไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย ซึ่งจะบานสะพรั่งกันทั่วทั้งต้นในช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่หาชมกันได้หลากหลายแห่งทั้งดอยขุนแม่ยะ, ดอยอินทนนท์ และดอยขุนช่างเคียน

เมื่อมาถึงเชียงใหม่แล้วหากไม่ได้ขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพแล้วล่ะก็เขาถือกันว่ามาไม่ถึง โดยวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งหากเดินทางจากตัวเมืองสามารถใช้เส้นทางผ่านหน้ามหาวิทยาลัยและสวนสัตว์เชียงใหม่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางมาที่วัดโดยรถสองแถวประจำทางจากบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้านถนนห้วยแก้ว ซึ่งบริการระหว่างเวลาประมาณ 05.00-17.00 น. เป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่โบราณกาล ซึ่งเดินทางตามถนนห้วยแก้วผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขาและระหว่างทางจะมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่อยู่เบื้องล่าง ส่วนระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณ 11 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

2

ส่วนประวัติของดอยสุเทพนั้นเชื่อกันว่าเดิมทีภูเขาแห่งนี้เป็นที่อยู่ของฤาษีนามว่า “สุเทวะ” ซึ่งตรงกับคำว่าสุเทพอันเป็นที่มาของชื่อดอยสูงแห่งนี้ โดยวัดพระธาตุดอยสุเทพนี้สร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช เจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 6 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้ทรงอัญเชิญมาจากเมืองศรีสัชนาลัย

ขณะเดียวกันนั้นก็มีตำนานเล่าขานกันว่าพระเจ้ากือนาธรรมิกราชทรงแยกพระบรมสารีริกธาตุไว้เป็นสองส่วน โดยอัญเชิญองค์หนึ่งบรรจุไว้ที่พระธาตุวัดสวนดอก ส่วนอีกองค์หนึ่งได้อัญเชิญขึ้นบนหลังช้างมงคล โดยพระเจ้ากือนาธรรมิกราชทรงตั้งจิตอธิษฐานเสี่ยงทายว่าหากช้างเชือกนั้นหยุดลงตรงที่ใดก็จะให้สร้างพระธาตุขึ้น ณ ที่แห่งนั้น ซึ่งช้างเชือกดังกล่าวได้มาหยุดลงตรงยอดดอยสุเทพแห่งนี้พร้อมทั้งทำทักษิณาวรรต 3 รอบก่อนที่จะล้มลง (ตาย) ดังนั้นพระเจ้ากือนาธรรมิกราชจึงทรงรับสั่งให้สร้างพระบรมธาตุอันเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุ ณ ยอดดอยสุเทพ อยู่คู่ฟ้าคู่ดินเชียงใหม่มานับแต่นั้น วัดพระธาตุดอยสุเทพตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเชียงใหม่จึงทำให้ผู้ที่เดินทางมาสักการะที่วัดแห่งนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน สำหรับการขึ้นดอยนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดนาคไป 300 ขั้นเพื่อไปยังวัด หรือใช้บริการรถกระเช้าขึ้น-ลงดอยสุเทพได้ระหว่างเวลา 05.30-19.30 น.

นอกจากนี้ยังมีงานประเพณีเตียวขึ้นดอยเพื่อสักการะพระธาตุดอยสุเทพจัดเป็นประจำทุกปี โดยมีขึ้นก่อนหน้าวันวิสาขบูชา 1 คืน ซึ่งในงานจะมีขบวนแห่น้ำสำหรับสรงพระธาตุโดยมีพระสงฆ์, สามเณร และพุทธศาสนิกชนจากชุมชนต่างๆ มาร่วมขบวนแห่ขึ้นดอยเป็นจำนวนมากมายเลยทีเดียว

3

สำหรับในเรื่องของความเชื่อและวิธีการบูชานั้นเชื่อกันว่าหากมาสักการะและอธิษฐานขอพรพระธาตุดอยสุเทพจะมีแต่ความสำเร็จสมหวังดังปรารถนา, แคล้วคลาด และผ่านอุปสรรคนานาไปได้ โดยในการสักการะพระธาตุนั้นควรเตรียมข้าวตอก, ดอกไม้, ธูป และเทียนแล้วเดินเวียนขวา 3 รอบ พร้อมกล่าวคำนมัสการพระธาตุด้วยการตั้งจิตอธิษฐานขอให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา และควรไหว้พระธาตุให้ครบทั้ง 4 ทิศ ซึ่งให้อานิสงส์ที่ต่างกันคือทิศเหนือขอให้มีปัญญาดุจพระจัทร์เพ็ญ, ทิศใต้ขอให้ได้เป็นพระภิกษุสงฆ์ได้บวชในบวรพุทธศาสนา, ทิศตะวันออกขอให้ได้ขึ้นสวรรค์ และทิศตะวันตกเป็นการเคารพบูชาสูงสุดต่อพระธาตุ ขณะเดียวกันสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้มานมัสการพระธาตุดอยสุเทพแล้วก็ควรมากราบอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ที่ประดิษฐานอยู่ตรงเชิงดอยสุเทพเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

ดอยอินทนนท์เดิมทีมีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” ดอยหลวงหมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้นมีเรื่องเล่าขานกันว่าห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก 300 เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมายจึงเรียกว่าอ่างกาต่อมาจึงรวมเรียกว่าดอยอ่างกา

ส่วนการเดินทางนั้นระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ 106 กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 57 ก่อนถึงอำเภอจอมทอง 1 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง 48 กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชันจึงทำให้รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี ส่วนผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทองบริเวณประตูเชียงใหม่ ก่อนที่จะไปต่อสองแถวที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารหรือที่น้ำตกแม่กลาง ซึ่งจะเป็นรถโดยสารประจำทางไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯตรงหลักกิโลเมตรที่ 31 และหมู่บ้านใกล้เคียง แต่หากต้องการจะไปยังจุดต่าง ๆ  ต้องเหมาไปคันละประมาณ 800 บาท

7

ดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของไทย เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งพาดผ่านจากประเทศเนปาล ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่ สิ่งที่น่าสนใจของดอยนี้ไม่เพียงแต่เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศด้วยความสูง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางเท่านั้น แต่สภาพภูมิประเทศและสภาพป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวันและบางครั้งน้ำค้างยังกลายเป็นน้ำค้างแข็ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย

เมื่อเราพิชิตยอดเขานี้ได้สำเร็จก็จะขึ้นไปพบกับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 9 ของเส้นทางหมายเลข 1009 มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติและสัตว์ป่าอีกด้วยรวมถึงสถานที่ให้เราได้ท่องเที่ยวต่างๆ อีกมากมาย ส่วนค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์สำหรับคนไทยผู้ใหญ่ 40 บาทและเด็ก 20 บาท ขณะที่ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาทและเด็ก 100 บาท

44

บนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์นั้นมีสถานที่เที่ยวหลากหลายและเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปลุยกันเลยดีกว่าที่น้ำตกแม่ยะอันเป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมากแห่งหนึ่งจากน้ำซึ่งไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน 280 เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้นๆ ราวดังกับม่านแล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่างที่น้ำใสเย็นเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ขณะเดียวกันบริเวณรอบๆ น้ำตกก็ยังเป็นป่าเขาอันสงบเงียบและมีศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวตั้งอยู่ด้วย นอกจากนี้ที่บริเวณน้ำตกก็สะอาดและจัดการพื้นที่ได้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ส่วนการเดินทางเริ่มจากทางแยกเข้าทางหลวง  1009 ไปประมาณ 1 กิโลเมตรเลี้ยวซ้ายเข้าไป 14 กิโลเมตรและต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 200 เมตร

น้ำตกแม่กลางเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีเพียงชั้นเดียวและสูงราว 100 เมตร โดยต้นน้ำอยู่บนดอยอินทนนท์ที่มีน้ำไหลตลอดปีและมีความสวยงามตามธรรมชาติ ขณะที่การเดินทางเริ่มจากทางแยกเข้าทางหลวง 1009 ไปอีก 8 กิโลเมตรจะพบกับแยกซ้ายเข้าไป 500 เมตร ซึ่งเป็นทางลาดยางตลอด

75

น้ำตกวชิรธารเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ซึ่งเดิมชื่อ “ตาดฆ้องโยง” ที่น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง  ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ถึงความเย็นและชุ่มชื้นจนทำให้สะพานไม้ที่ทอดยาวเข้าไปหาหน้าผานั้นจะเปียกลื่นอยู่ตลอดเวลา แต่หากเดินเข้าไปจนสุดจะได้สัมผัสกับความงามของน้ำตกมากที่สุด ทางด้านการเดินทางเริ่มจากเชิงดอยอินทนนท์ขึ้นไปถึงกิโลเมตรที่ 21 จะเห็นป้ายบอกทางแยกขวาเข้าน้ำตกลงไป 500 เมตรตามถนนจะถึงที่ตัวน้ำตก  ขณะที่มีอีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางเดิมอยู่เลยจากทางแยกแรกไปประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามป้ายและเดินจากลานจอดรถลงไปอีก 351 เมตร ซึ่งหากใช้เส้นทางนี้จะได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติรอบด้านตลอดทางเดิน

น้ำตกสิริภูมิ ซึ่งเดิมมีชื่อว่า “เลาลึ” ตามชื่อของหัวหน้าหมู่บ้านม้ง เป็นน้ำตกที่ไหลมาจากหน้าผาสูงชันเป็นทางยาวสวยงามมากและสามารถมองเห็นได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นสายน้ำตกแฝดไหลลงมาคู่กัน  โดยน้ำตกสิริภูมิตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 31 ของทางหลวงหมายเลข 1009 มีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร แต่รถไม่สามารถเข้าไปใกล้ตัวน้ำตกได้ นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าเข้าไปบริเวณด้านล่างของน้ำตก

แมทช์ทรงผมยังไงให้เข้ากับสีอายแชโดว์

การเปลี่ยนสีผมจะช่วยเปลี่ยนลุคได้มากและเป็นการหาสไตล์ใหม่ให้กับตัวเอง  สีที่ไม่เคยหยิบมาใช้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็อาจจะเป็นสีที่เข้ากับเราก็ได้  แม้กระทั่งอายไลเนอร์ที่เราไม่เคยใช้มาก่อน ก็อาจจะกลายเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้เลย ในวันที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ ลองเปลี่ยนสีผมและอายเมคอัพดูสิคะ

5.1

สาวผมดำ

หากคนผิวขาวย้อมผมสีดำจะให้ความรู้สึกเฉียบคมและดูถือตัว หากผมตรงและยาว ไม่ว่าจะทาอายแชโดว์สีอะไรก็เข้ากันได้หมด แต่ด้วยสีผมที่เข้มอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องใช้อายแชโดว์หลายสี เพียงแค่ทาอายแชโดว์สีเทาเป็นอายเบสแล้วเขียนอายไลเนอร์ก็พอแล้ว และไม่ว่าจะเป็นอายไลเนอร์ที่เทาเข้มหรือโทนสีดำโมโนโทน เพียงแมทช์สีอายไลเนอร์ให้เข้ากับสีคิ้ว คุณก็จะดูสวยแจ่มได้  นอกจากนั้นลิปสติกสีแดงยังเหมาะกับคนที่มีผมดำตรงยาวเป็นอย่างมาก

สาวผมสีน้ำตาลแดง     

หากเรามีภาพลักษณ์แข็งกร้าวหรือมีสีผิวที่ค่อนข้างคล้ำ เมื่อย้อมผมสีน้ำตาลประกายแดง และทำผมบ๊อบดัดหรือตัดผมซอย จะทำให้ดูเป็นคนที่กระตือรือล้นขึ้นมา ผมสีนี้เข้ากันได้ดีกับเมคอัพแบบธรรมชาติ และเพิ่มลูกเล่นด้วยอายแชโดว์ผสมมุก

สาวผมสีส้มทองแดง

ผมสีนี้จะช่วยให้เรามีภาพลักษณ์ที่ดูสดชื่นและกระตือรือล้น อีกทั้งยังเหมาะกับเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใส ผิวสีแทน เมคอัพสีสว่าง การใช้อายแชโดว์โทนสีน้ำตาลประกายส้ม รวมทั้งการกันคิ้วให้เข้ารูปก็จะช่วยเพิ่มดีกรีความชิคขึ้นไปอีก สีอายแชโดว์ที่เข้ากับผมสีส้มทองแดงคือสีนูทรัลพีช สีส้ม สีทองอ่อนๆ และสีบรอนซ์ค่ะ

ผมสีน้ำตาลธรรมชาติ

การทาอายแชโดว์สีเบจหรือสีเทาอ่อนบริเวณหางตาและเขียนอายไลเนอร์สีน้ำเงินจะทำให้ความรู้สึกว่าเป็นเด็กสาว ผมสีนี้จะเข้ากับอายแชโดว์หลายโทนที่มีประกายสีทอง แต่หากเราลงสีวอร์มบราวน์ ก็จะช่วยเพิ่มความเป็นสาวเมืองหลวงที่มีลุคง่ายๆ สบายๆ ได้อีกด้วยค่ะ

เห็นไหมคะว่าการแมทช์เมคอัพให้เข้ากับสีผมของเรานั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย หากหมั่นหาความรู้ในเรื่องของความเข้ากันของเมพอัพ เราก็จะกลายเป็นสาวเพอร์เฟคได้ไม่ยากค่ะ

เคล็ดลับแต่งตาด้วยอายไลเนอร์ให้สวยคม

อย่างที่เรารู้กันดีว่าอายไลเนอร์นั้นมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นชนิดลิขวิด ชนิดแปรง อายไลเนอร์เนื้อแป้งที่ต้องใช้แปรงทา อายไลเนอร์ชนิดดินสอที่นิยมใช้กันมากที่สุด และเจลอายไลเนอร์ที่เริ่มได้รับความนิยมเมื่อไม่นานมานี้

4.1

1.อายไลเนอร์ชนิดลิขวิด

อายไลเนอร์ชนิดนี้จะช่วยเขียนเส้นให้บางและคมชัดได้ รวมทั้งเขียนตาสองชั้นบางๆ ที่หลบเข้าด้านในได้โดยที่ไม่ไหลเลอะ จึงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับมือใหม่ที่จำเป็นต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับอายไลเนอร์ชนิดนี้ หากใช้อายไลเนอร์ชนิดดินสอเขียนโครงก่อนแล้วค่อยใช้ชนิดลิขวิดเขียนตาม จะช่วยลดความผิดพลาดได้

2.อายไลเนอร์ชนิดดินสอ

เป็นอายไลเนอร์ที่ใช้ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่  ถึงจะบอกว่าเลอะง่าย แต่สมัยนี้ก็มีอายไลเนอร์ชนิดกันน้ำออกวางขายมากมาย หากเราทาอายแชโดว์ทับจะช่วยป้องกันไม่ให้อายไลเนอร์เลอะได้ในระดับหนึ่ง

3.อายไลเนอร์เนื้อเจล / ครีม

เมื่อเทียบกับชนิดดินสอแล้ว ถือว่าเลอะยากกว่าและสามารถปรับความหนาของเส้นได้ง่าย ต้องใช้แปรงชนิดพิเศษเขียนจึงค่อนข้างยุ่งยาก ถึงแม้จะไม่มีตาสองชั้นหรือไม่ได้ทาอายแชโดว์ แต่หากเราเน้นดวงตาด้วยอายไลเนอร์ชนิดนี้ ก็จะสามารถออกแบบดวงตาได้ตามที่เราต้องการอย่างแน่นอน

Young beautiful girl applying make-up by make-up artist

Young beautiful girl applying make-up by make-up artist

4.อายไลเนอร์ชนิดแปรง

เนื่องจากผสมสารสีดำ เนื้อจึงไม่ค่อยเหนียวเท่าที่ควร มีคุณสมบัติที่ทาได้บางและเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ดวงตาดูคมชัด

5.อายไลเนอร์เนื้อแป้ง

หากเราไม่ซื้ออายไลเนอร์เนื้อแป้งแยกต่างหาก ก็สามารถใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มหรือโทนสีดำแทนได้  อายไลเนอร์ชนิดนี้เหมาะกับการเขียนเส้นให้ดูเป็นธรรมชาติ และใช้กับการแต่งหน้าแบบสโมกกี้อายที่ต้องเขียนเส้นให้ดูฟุ้งนิดหน่อย

 

สาวๆ รู้ไหมคะว่า  เพียงแค่เราลองเปลี่ยนสีสันหรือสไตล์การขียนขอบตาก็เปลี่ยนภาพลักษณ์ของเราได้แล้ว และนี่ก็คือพลังอันยิ่งใหญ่ของอายเมคอัพที่แสนน่าทึ่งนั่นเอง หากเราลองมองลึกลงไปถึงลักษณะดวงตาของเราและเลือกที่จะทำอายเมคอัพเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับดวงตาคู่นั้นแล้ว ความมั่นใจก็จะเกิดขึ้น มุมมองของเราก็จะเปลี่ยนไป

แม้กระทั่งรูปร่างของเราก็จะเปลี่ยนไปด้วย  ยิ่งถ้าหากว่าเราเป็นคนที่ดวงตาแบน ไร้มิติมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของอายเมคอัพก็จะน่าทึ่งมากขึ้นเท่านั้น   แค่เรามีอายแชโดว์และอายไลเนอร์เพียงไม่กี่ชิ้น กับมาสคาร่าอีกแท่ง ก็สามารถเผยเสน่ห์ในแบบที่เราต้องการได้แล้วล่ะ ขอให้สาวๆ ค้นพบความงามที่ซ่อนอยู่ในตัวเองผ่านการแต่งหน้าเหล่านี้นะคะ

 

เคล็ดลับจัดการกับอุปกรณ์แต่งหน้า

ถ้าอยู่ดีๆ แล้วใบหน้าของเรามีสิวขึ้นอย่างไร้สาเหตุ จนทำให้แต่งหน้าไม่สวยแล้วล่ะก็ ก่อนที่จะโทษเครื่องสำอางหรือผิว ให้ลองตรวจสอบสภาพอุปกรณ์แต่งหน้าดูก่อน ถ้าไม่ได้จัดการและทำความสะอาดอย่างถูกต้องเป็นประจำทุกวันหรือทุกสัปดาห์ อุปกรณ์เหล่านั้นก็อาจจะแปรสภาพเป็นยาพิษต่อผิวได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องรู้จักจัดการกับอุปกรณ์แต่งหน้าอย่างชาญฉลาดค่ะ

3.1

1.แปรงทาอายไลเนอร์และแปรงทาปาก

แปรงเหล่านี้จะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้ง่ายที่สุด ใช้แค่เพียงครั้งเดียวก็ทำให้เครื่องสำอางจับติดแข็งเป็นก้อนได้ โดยเฉพาะแปรงทาปากที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเวลาที่ใช้เติมลิปสติกอาจจะมีเศษอาหารติดไปด้วยก็ได้  และแปรงทาอายไลเนอร์ก็อาจจะทำให้ตาเกิดการติดเชื้อได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ

วิธีทำความสะอาด

ทุกวันก่อนที่เราจะใช้แปรง ให้ใช้กระดาษทิชชู่หรือสำลีที่ใช้กับเครื่องสำอางมาจุ่มน้ำยาทำความสะอาดแปรงในปริมาณที่พอเหมาะแล้วเช็ดทำความสะอาดแปรงเบาๆ จากนั้นใช้กระดาษทิชชู่แผ่นใหม่จัดแต่งทรงแปรงแล้วเช็ดน้ำยาออก รอให้แห้งแล้วค่อยนำไปใช้ หรือจะใช้อายรีมูฟเวอร์ก็ได้ ที่สำคัญคือ ควรใช้แชมพูหรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีค่าเป็นกลางทำความสะอาดแปรงเหล่านี้ แล้วใช้น้ำอุ่นล้างออกสัปดาห์ละครั้ง

2.พัพฟ์ทาแป้ง

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้บ่อย จึงทำให้มีโอกาสสัมผัสกับอากาศอยู่บ่อยๆ ฝุ่นขนาดเล็กจึงสามารถเข้าไปติดอยู่ด้านในได้ แป้งกับพัพฟ์ต้องเก็บแยกกัน และถ้าซื้อพัพฟ์หลายๆชิ้นมาใช้ ก็ควรจะเก็บไว้ในกระเป๋าที่มี

หันมาใส่ใจอุปกรณ์แต่งหน้าเหล่านี้กันมากขึ้นนะคะสาวๆ ผิวหน้าของเราจะได้สวยเนียนใสไร้สิวไปทุกวันยังไงล่ะ

 

 

เคล็ดลับเขียนอายไลเนอร์ให้เข้ากับรูปตาแต่ละแบบ

นอกจากเกิดเป็นผู้หญิงต้องสวยแล้ว ยังต้องรู้จักเทคนิคในการเสริมจุดเด่นกลบจุดด้อยด้วยถึงจะเพอร์เฟค วันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้คุณสร้างอายเมคอัพที่เหมาะกับรูปตาของตัวเองได้ค่ะ

2.1

1.สาวๆ ที่มีดวงตาสองข้างห่างกัน

ให้เริ่มเขียนอายไลเนอร์แบบดินสอหรือแบบเจล ลากจากบริเวณที่ห่างจากหัวตาออกไปประมาณ 1 มิลลิเมตร จะช่วยให้ช่องว่างระหว่างดวงตาทั้งสองข้างดูแคบลง

2.หากดวงตาทั้งสองข้างไม่ได้ห่างกันมากนัก

จำไว้ว่าอย่าเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาล่างทั้งหมด แต่เขียนแค่เศษหนึ่งส่วนสามเท่านั้น และไม่ต้องวาดหางตาออกไป เขียนให้เส้นขอบตาล่างและขอบตาบนเชื่อมต่อกัน

3.ดวงตาที่หางตาคล้ำหรือตาชั้นเดียว

ให้ทาอายแชโดว์มุกสีเรียบๆ ลงบนเปลือกตา แล้วค่อยเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาบนให้หนา ส่วนขอบตาล่างให้ใช้อายไลเนอร์ชนิดดินสอสีขาวเขียนทับไม่ให้เห็นสีผิว จะทำให้ดวงตาดูสดใสมากยิ่งขึ้น

4.ดวงตาโปน

หลังจากที่เขียนอายไลเนอร์สีดำหรือสีเข้มๆ แล้ว ให้ใช้อายแชโดว์โทนสีเดียวกับสีอายไลเนอร์ทาทับ และถ้าเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาบนและล่างให้เชื่อมต่อกัน จะทำให้ดวงตาดูมีมิติมากยิ่งขึ้นค่ะ

2.2

5.ดวงตาแบบหางตาชี้

บริเวณหางตาให้ลากเป็นเส้นตรงในระดับเดียวกับดวงตา จากนั้นเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาล่าง บริเวณด้านบนของเส้นอายไลเนอร์จะเกิดส่วนที่เป็นรูปสามเหลี่ยม ในส่วนนี้ให้ใช้อายแชโดว์เบลนให้เต็ม

6.เติมสีสันให้ขอบตาล่าง

การเขียนขอบตาล่างด้วยสีสันต่างๆนั้น จะให้ความรู้สึกแปลกใหม่ และในขณะเดียวกันก็ทำให้ดูเสมือนกำลังใส่คอนแทคเลนส์สีอยู่ สำหรับดวงตาที่เห็นเส้นเลือดในตาชัด ให้เขียนขอบตาล่างด้วยสีน้ำเงินหรือม่วง จะช่วยให้ดวงตาดูสว่างสดใสขึ้น

สำหรับสาวตาชั้นเดียว ต้องอายไลเนอร์ชนิดเจล

สาวๆ ที่มีตาเล็กหรือตาชั้นเดียว การเขียนอายไลเนอร์จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้ดวงตาได้มากกว่าเดิมและทำให้ดวงตาดูโตขึ้นได้ด้วย  ตาลักษณะนี้ต้องเขียนอายไลเนอร์ให้ค่อนข้างหนา  ดังนั้นเพื่อป้องกันอายไลเนอร์ไหลเยิ้ม เลือกชนิดเจลจึงเหมาะสมที่สุดค่ะ

ลองใช้อายไลเนอร์ชนิดดินสอแบบทูโทนดูสิ

อายไลเนอร์สีดำ + สีน้ำตาล สีม่วง สีเงิน จะได้สีที่ดูเป็นธรรมชาติ จุดสำคัญคือ ต้องวาดเส้นสีดำให้ชิดกับแนวขนตา และเขียนสีอื่นบนแนวอายไลเนอร์สีดำเพื่อไล่สี  ก่อนจะเกลี่ยให้เข้ากัน การรวมสองสีเข้าด้วยกันแบบนี้จะทำให้ตาดูโตและเป็นธรรมชาติกว่าการวาดอายไลเนอร์สีดำบางๆ เพียงเส้นเดียวค่ะ

 

เคล็ดลับการใช้แปรงทารองพื้น

เดี๋ยวนี้แปรงทารองพื้นกำลังเป็นที่นิยม  ถึงจะตามกระแสซื้อไว้สักอันเหมือนคนอื่นๆ แต่สาวๆ น้อยคนนักที่จะใช้แปรงได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม  ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะใช้มือลงรองพื้นได้อย่างคล่องแคล่ว แต่เวลาที่อยากโชว์ผิวที่แวววาวและเปล่งประกายอย่างอ่อนโยน อีกทั้งยังรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ล่ะก็ แปรงก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ต้องการปกปิดบริเวณร่องจมูกและบริเวณที่มีตำหนิ แปรงจะมีประโยชน์มากๆ เวลาต้องการปกปิดรูขุมขนและเติมเต็มร่องริ้วรอย

1.1

สิ่งที่ควรทำ

ถึงเราจะใช้รองพื้นในปริมาณที่น้อย แต่ก็สามารถทำให้ผิวดูเนียนและเปล่งประกายได้ค่ะ ทั้งยังช่วยปกปิดอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ทำให้รู้สึกถึงความแปลกปลอมแต่อย่างใด และช่วยให้รองพื้นติดทนนานด้วย  โดยเฉพาะเวลาที่ต้องการโชว์ผิวเปล่งประกายหรือผิวที่ดูมีน้ำมีนวล

สิ่งที่ไม่ควรทำ

หากยังไม่มีทักษะในการใช้แปรง อาจจะทำให้หลงเหลือรอยแปรงได้ จึงควรระวังให้ดี ถ้าใช้กับผิวแห้งหรือผิวที่มีสิวอย่างไม่ถูกวิธี เชลล์ผิวที่ตายแล้วจะหลุดออกมาได้ง่าย การใช้แปรงจึงเหมำกับคนที่มีผิวหน้าเรียบเนียนมากกว่าค่ะ

เทคนิคง่ายๆ ในการใช้แปรง

เราควรผ่อนแรงมือที่ใช้จับแปรง สิ่งสำคัญอยู่ที่การปัดแปรงจากบริเวณกลางใบหน้าออกมาด้านนอกตามทิศทางของผิว  เวลาที่ใช้รองพื้นชนิดครีม ต้องใช้แปรงเบลนให้เนื้อรองพื้นซึมเข้าไปในขนแปรงก่อน ไม่ใช่ใช้แปรงแต้มรองพื้นแล้วทาบนใบหน้าเลย  สำหรับใบหน้าที่มีขนอ่อนเยอะๆ การใช้แปรงทารองพื้นจะช่วยให้ทาได้ละเอียดทั่วถึงกว่าการใช้มือทา เพราะเนื้อรองพื้นจะแทรกซึมเข้าไปในขนแปรงอย่างทั่วถึงหลังจากที่ทารอพื้นด้วยแปรงเสร็จแล้ว ให้ใช้มือทั้งสองข้างทำท่าปิดหน้าแล้วใช้ฝ่ามือกดทาบลงไปเบาๆ จะยิ่งทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น

แต่ถ้าหากมีบริเวณที่มีสิวหรือตำหนิที่เห็นได้ชัด ให้ใช้ฟองน้ำลงรองพื้นอีกครั้งหนึ่งก็จะช่วยปกปิดและให้ความรู้สึกชุ่มชื้นแล้วล่ะค่ะ